วิเคราะห์ตลาด KTX Crypto: ทำกำไร BTC ที่ 64K, ลดพอร์ต ETH ที่ 1872 และกลยุทธ์หุ้นสหรัฐ/ทองคำ/น้ำมัน (ทบทวนถ่ายทอดสด 31 กรกฎาคม)

KTX
KTX
  • ปรับปรุงเมื่อ

บทความนี้เผยแพร่โดย KTX Crypto Academy ในหัวข้อ "วิเคราะห์ตลาด" รวบรวมจากการถ่ายทอดสดตลาด Web3 อย่างเป็นทางการของ KTX Baize Business School ในตอนนี้เน้นการวางแผนเทรนด์ซื้อหลังการปรับฐานของ BTC และ ETH พร้อมทั้งทบทวนหุ้นสหรัฐที่เกี่ยวข้องอย่าง Micron, SK Hynix, SanDisk และสรุปช่วงสำคัญของทองคำและน้ำมัน รวมถึงการบริหารพอร์ตและวิธีการตั้งจุดตัดขาดทุนแบบเคลื่อนที่

 

ผู้บรรยายหลัก: อาจารย์ Ze Yu

วันที่ถ่ายทอดสด : 31 กรกฎาคม 2026

แพลตฟอร์มถ่ายทอดสด : กลุ่ม Lark ภาษาแมนดารินอย่างเป็นทางการของ KTX

ประเด็นหลักของตอนนี้ : ทำกำไรจากสถานะขาย BTC/ETH และแผนสถานะซื้อเทรนด์ · ทบทวนการเปิดสถานะขายหลังหุ้นสหรัฐฟื้นตัว · ช่วงสำคัญทองคำ/น้ำมัน

 

วิดีโอถ่ายทอดสดฉบับเต็ม:

การถ่ายทอดสดตลาด Web3 อย่างเป็นทางการของ KTX Baize Business School ตอนนี้ได้อัปโหลดไปยัง YouTube แล้ว เชิญรับชมวิดีโอฉบับเต็มได้เลย


ประเด็นสำคัญของตอนนี้

  • สถานะขาย BTC ใกล้ 65,000 ถึงเป้าทำกำไรแรกที่ 64,000 แล้ว เป้าถัดไปที่ 63,000 ยังไม่ถึง; ราคาต้นทุนเฉลี่ยปัจจุบันประมาณ 64,600
  • ทิศทางระยะกลางของ BTC ยังมองว่ามีการแกว่งขึ้นหลังปรับฐาน สถานะซื้อเทรนด์แบ่งเป็นสามระดับที่ 62,388, 61,288 และ 59,788 โดยมีจุดตัดขาดทุนอ้างอิงที่ 58,000
  • สถานะขาย ETH ราคาต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 1,924 ใกล้ 1,872 ซึ่งเป็นทั้งจุดทำกำไรแรกและแนวรับของช่องทางขาขึ้น เหมาะสำหรับการทยอยลดพอร์ต
  • ใกล้ 1,875 เป็นจุดสังเกตการฟื้นตัวแบบรุกก้าว โดยมีจุดตัดขาดทุนอ้างอิงที่ 1,840; สำหรับแผนเทรนด์ที่มั่นคงกว่ายังคงรอในช่วง 1,650-1,750
  • หุ้นสหรัฐอย่าง Micron, SK Hynix และ SanDisk เน้นเปิดสถานะขายตามแนวคิดการฟื้นตัว แต่ความผันผวนใกล้เคียงกับเหรียญ Altcoin จึงต้องลดขนาดพอร์ตและบริหารจุดตัดขาดทุน
  • ทองคำยังแกว่งในช่วง 3,950-4,150; น้ำมันเมื่อถึง 86-88 ในการถ่ายทอดสดมีการลองเปิดสถานะขายขนาดเล็ก

คำถามหลักของตอนนี้

  1. หลังทำกำไรแรก BTC เสร็จ ทำไมจึงไม่เหมาะที่จะไล่ซื้อทันที?
  2. สถานะซื้อสามระดับที่ 62,388, 61,288 และ 59,788 ควรบริหารร่วมกับจุดตัดขาดทุนที่ 58,000 อย่างไร?
  3. เมื่อ ETH ถึงใกล้ 1,872 ทำไมต้องลดพอร์ตแทนที่จะถือเพิ่ม?
  4. หลังหุ้นสหรัฐที่เกี่ยวข้องฟื้นตัวแรง จะใช้ช่วง Fibonacci ควบคุมความเสี่ยงการเข้าเทรดอย่างไร?
  5. ทำไมการบริหารพอร์ต, การตั้งจุดตัดขาดทุนแบบเคลื่อนที่ และทบทวนอารมณ์จึงสำคัญกว่าการตัดสินใจทิศทางเพียงครั้งเดียว?

1. การประเมินตลาดโดยรวม: รอการปรับฐานก่อน แล้วสังเกตการฟื้นตัวเป็นช่วง

อาจารย์ Ze Yu ยังคงยืนยันมุมมองเดิมกับวันที่ผ่านมา: ระยะสั้นรอดูการปรับฐานก่อน เมื่อปรับฐานเสร็จจึงเปลี่ยนไปมองขาขึ้น ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อในโซนแรงกดดันปัจจุบัน

BTC และ ETH ได้แกว่งในโซนต่ำมาประมาณสองเดือนแล้ว ดังนั้นจุดต่ำปัจจุบันอาจเป็นจุดต่ำในช่วงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม “จุดต่ำในช่วงหนึ่ง” ไม่เท่ากับจุดต่ำสุดสุดท้าย อาจมีการฟื้นตัวก่อน แล้วขึ้นอีกช่วงหนึ่ง จากนั้นอาจทดสอบต่ำสุดเดิมใหม่หรือหลุดต่ำกว่า

ช่วงสุดสัปดาห์สภาพคล่องมักต่ำ คาดว่าในช่วงกลางวันวันเสาร์-อาทิตย์จะไม่มีความเคลื่อนไหวใหญ่ต่อเนื่อง ต้องระวังช่วงราวเที่ยงคืนวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ อาจเกิดความผันผวน

ด้านตลาดสปอต ตัวอย่างส่วนตัวที่ถ่ายทอดสดคือจัดสรร BTC และ ETH ประมาณ 20% ต่อรายการ และเก็บเงินสดไว้ประมาณ 60% เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน นี่เป็นเพียงตัวอย่างพอร์ตของอาจารย์ ไม่ได้หมายความเหมาะกับนักลงทุนทุกคน และไม่ควรนำไปใช้กับสัญญามาร์จิ้นที่มีเลเวอเรจสูงโดยตรง


2. บิทคอยน์ (BTC): ทำกำไรจุดแรกที่ 64,000 แล้ว รอเปิดสถานะซื้อเทรนด์สามระดับ

2.1 ทบทวนสถานะขาย: เปิดใกล้ 65,000 ถึงเป้าหมายแรกแล้ว

แผนสถานะขาย BTC สัญญาที่ให้ไว้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม อยู่ใกล้ 65,000 หลังทำกำไรหลายรอบและเพิ่มสถานะในช่วงฟื้นตัว อาจารย์ Ze Yu มีราคาต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 64,600 ในการถ่ายทอดสด

ตอนนี้ถึงเป้าทำกำไรแรกที่ 64,000 แล้ว เป้าหมายที่สองที่ 63,000 ยังไม่ถึง ราคาปัจจุบันยังถูกกดดันโดยช่องทางขาลง หลังทะลุช่องทางขาขึ้นก็เข้าสู่ช่วงรวมตัว ดังนั้นสถานะขายที่เหลือยังเน้นทยอยทำกำไร ไม่แนะนำเปิดสถานะขายเพิ่มหลังราคาตก

2.2 แผนสถานะซื้อเทรนด์: 62,388, 61,288, 59,788

หลังสถานะขายจบ จุดเน้นถัดไปไม่ใช่ไล่ขายต่อ แต่รอการปรับฐานแล้วค่อยๆ เปิดสถานะซื้อเทรนด์ใหม่ สามจุดอ้างอิงที่ให้ไว้คือ:

  • ระดับแรก: 62,388
  • ระดับที่สอง: 61,288
  • ระดับที่สาม: 59,788
  • จุดตัดขาดทุนอ้างอิง: 58,000

สามระดับนี้ตรงกับ Fibonacci 0.5, 0.618 และ 0.786 ตามลำดับ ขนาดพอร์ตต้องปรับตามเลเวอเรจที่ใช้ ยิ่งเลเวอเรจสูง ยิ่งเปิดสถานะทีละน้อย ไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงรวมเพียงเพราะแบ่งเป็นสามจุด

อาจารย์ Ze Yu ยังคงมองบวกกับการแกว่งขึ้นหลังปรับฐาน แต่จะไม่เปิดโอกาสเข้าตลาดก่อนราคาถึงโซนที่วางแผนไว้ หากราคากลับขึ้นไปที่ 63,000 แล้วขึ้นต่อ ผู้เทรดที่เน้นความมั่นคงอาจพลาดโอกาสนี้ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนในระบบเทรด

3. อีเธอร์เรียม (ETH): ลดพอร์ตใกล้ 1,872 รอโอกาสเทรนด์ในช่วง 1,650-1,750

3.1 สถานะขายปัจจุบันใกล้แนวรับช่องทางขาขึ้น

อาจารย์ Ze Yu ถือสถานะขาย สัญญา ETH ประมาณสามวัน ราคาต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 1,924 และปรับเป้าทำกำไรแรกเป็น 1,872

ใกล้ 1,872 เป็นแนวรับของช่องทางขาขึ้น แม้จะยังรอการปรับฐานลึกกว่านี้ในระยะกลาง แต่ควรลดสถานะขายบางส่วนในโซนนี้ เพื่อป้องกันกำไรถูกกินคืนจากการฟื้นตัวทางเทคนิค

3.2 การฟื้นตัวแบบรุกก้าวกับการตั้งสถานะเทรนด์เป็นแผนที่แตกต่างกัน

สำหรับเทรดเดอร์ที่รุกก้าว แผนที่ถ่ายทอดสดให้คือ ทดลองเปิดสถานะซื้อขนาดเล็กใกล้ 1,875 โดยตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 1,840 มีพื้นที่เสี่ยงประมาณ 30-35 ดอลลาร์ แผนนี้ขึ้นกับว่าช่องทางขาขึ้นยังใช้ได้ทันที หากหลุดต้องตัดขาดทุน

แผนเทรนด์ที่มั่นคงกว่าคือรอในช่วง 1,650-1,750 หากราคาลงถึงจุดนี้ อาจารย์ Ze Yu พิจารณาเปิดสถานะซื้อเทรนด์ในบัญชีย่อยแยกต่างหาก เพื่อป้องกันไม่ให้พอร์ตวันเดียวกันไปรบกวนพอร์ตเทรนด์

ในตลาดสปอตก็สามารถวางออเดอร์ทยอยในโซนที่วางแผนไว้ได้ อาจารย์เน้นย้ำว่าการลงราคาลงเร็วอาจเกิดขึ้นช่วงสั้นๆ การวางออเดอร์ล่วงหน้าช่วยหลีกเลี่ยงการพลาดจุดตั้งราคาที่ตั้งไว้ในช่วงกลางคืน


4. หุ้นสหรัฐที่เกี่ยวข้อง: ฟื้นตัวแรงหลังตกหนัก ยังคงเน้นเปิดสถานะขายตามแนวฟื้น

อาจารย์ Ze Yu มองว่าหุ้นสหรัฐที่เกี่ยวข้องผ่านการตกหนักสามวันติดกันแล้วฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ความผันผวนใกล้เคียงกับเหรียญ Altcoin ในตลาดคริปโต พวกนี้แทบไม่มีการพักตัวนานๆ และแท่งเทียน 4 ชั่วโมงอาจเปลี่ยนแปลงหลายเปอร์เซ็นต์ จึงไม่เหมาะกับการใช้พอร์ตขนาดปกติของเหรียญหลัก

“ยังมีความเสี่ยงตกต่อ” เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของอาจารย์ ไม่ใช่ข้อสรุปแน่นอน ผู้เข้าร่วมต้องนำข่าวสาร, ช่องว่างราคา และความเสี่ยงสภาพคล่องมาคำนวณในแผน

4.1 Micron: เปิดสถานะขายที่ 830 ก่อน เพิ่มสถานะที่ 905 และทบทวน

Micron เปิดสถานะขายครั้งแรกประมาณ 830 จากนั้นเพิ่มสถานะที่ประมาณ 905 ราคาต้นทุนเฉลี่ยส่วนตัวประมาณ 874 อาจารย์ Ze Yu ทบทวนว่า การเข้าแรกค่อนข้างเร็วเกินไป วิธีที่เหมาะสมควรรอให้ราคาฟื้นตัวเข้าช่วง Fibonacci 0.618-0.786 ก่อนค่อยทยอยเปิดสถานะ

ตัวอย่างการตั้งจุดตัดขาดทุนในถ่ายทอดสดอยู่บริเวณการดึงกลับ 100% คือประมาณ 962 กรณีนี้ใช้เพื่อแสดงว่า Fibonacci ช่วยกำหนดโซนเข้าทำเท่านั้น ไม่สามารถแทนที่การจำกัดขนาดพอร์ตและการตั้งจุดตัดขาดทุนชัดเจนได้

4.2 SK Hynix: ลองเปิดสถานะขายใกล้ช่องทางขาลง

SK Hynix ฟื้นตัวขึ้นมาถึงบริเวณช่องทางขาลง อาจารย์ Ze Yu เปิดสถานะขายต้นทุนส่วนตัวประมาณ 1,181 โดยมีเหตุผลว่าราคาฟื้นตัวเร็วและกลับไปที่แรงกดดันของเทรนด์ แต่เนื่องจากแรงฟื้นแรง จึงต้องใช้พอร์ตขนาดเล็ก

4.3 SanDisk: สถานะในโซน 0.618 และใกล้ 1,340

SanDisk ฟื้นตัวถึงใกล้ Fibonacci 0.618 แล้วกลับเข้าสังเกตใหม่ อาจารย์ Ze Yu เคยวางออเดอร์ที่ 1,377 แต่ไม่成交 จากนั้นเปิดสถานะใหม่ที่ประมาณ 1,345 ราคาต้นทุนในถ่ายทอดสดแสดงประมาณ 1,336-1,344

สามกรณีนี้แสดงให้เห็นว่า การเปิดสถานะขายตามการฟื้นตัวไม่ใช่การเปิดขัดเทรนด์ทันทีที่เห็นราคาขึ้น แต่ต้องรอให้ราคากลับเข้าสู่แนวเทรนด์หรือโซนแรงกดดัน Fibonacci และกำหนดจุดที่หากราคาผิดทางต้องตัดขาดทุนล่วงหน้า


5. ทองคำ: แกว่งในช่วง 3,950-4,150 สังเกตสถานะซื้อขนาดเล็กในโซน 4,050-4,030

ทองคำ เคลื่อนไหวในช่วง 3,950-4,150 อย่างต่อเนื่อง ก่อนถ่ายทอดสดยังไม่มีแผนเทรดใหม่ หากต้องการเล่นสวิงเล็กๆ อาจารย์ Ze Yu แนะนำโซนสังเกต 4,050-4,030 โดยตั้งจุดตัดขาดทุนที่ต่ำกว่า 4,000

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ยังมองว่าทองคำอาจยังไม่ปรับฐานเต็มที่ แผนนี้จึงเหมาะสำหรับการสังเกตด้วยพอร์ตขนาดเล็ก ไม่ควรตีความว่าเป็นจุดต่ำสุดของเทรนด์ที่ยืนยันแล้ว


6. น้ำมัน: พลาดสถานะซื้อที่ 77-78, ลองเปิดสถานะขายขนาดเล็กที่ 86-88

ก่อนหน้านี้ น้ำมัน ช่วง 77-78 เป็นโซนแนวรับแข็งแรง แต่เนื่องจากอาจารย์ Ze Yu ไม่ได้วางออเดอร์ล่วงหน้า จึงพลาดโอกาสฟื้นตัว ราคากลับเข้าสู่ช่องทางขาลงและโซนแรงกดดัน Fibonacci แผนตอนนี้เปลี่ยนเป็นลองเปิดสถานะขายขนาดเล็กในช่วง 86-88 โดยตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 91

น้ำมันช่วงนี้มีแท่งเทียนที่มีหางยาวลงหลายครั้ง แสดงว่ามีแรงซื้อรองรับด้านล่าง ดังนั้นแม้ราคาจะถึงโซนขาย ก็เป็นเพียงการลองพอร์ต ไม่เหมาะกับการถือสถานะหนัก ในถ่ายทอดสดเมื่อราคาถึงโซนที่วางแผน อาจารย์ Ze Yu เปิดสถานะขายน้ำมันขนาดเล็กทันที


7. การสอนเทรดในตอนนี้

7.1 การรอคอยก็เป็นส่วนหนึ่งของการเทรด

เมื่อราคายังไม่ถึงจุดที่วางแผนไว้ ไม่ต้องเปิดสถานะเพื่อรักษาความรู้สึกว่ามีส่วนร่วม วางออเดอร์ล่วงหน้าที่ราคาสำคัญแล้วปล่อยให้ตลาดตัดสินว่าทำ成交หรือไม่ เป็นส่วนหนึ่งของระบบเทรดที่มั่นคง

7.2 การบริหารพอร์ตเป็นตัวกำหนดว่าบัญชีจะเทรดต่อได้หรือไม่

หุ้นสหรัฐที่เกี่ยวข้องตกหนักแล้วฟื้นแรง แสดงว่าทิศทางถูกต้องไม่ได้แปลว่ากระบวนการปลอดภัย หากพอร์ตใหญ่เกินไป การฟื้นตัวปกติก็อาจทำให้โดนปิดสถานะบังคับได้ มีเพียงเทรดเดอร์เท่านั้นที่ปกป้องบัญชีด้วยนิสัยเปิดสถานะและจำกัดความเสี่ยงรวม

7.3 เลื่อนจุดตัดขาดทุนเมื่อมีกำไร

ในตลาดที่ผันผวนสูง การเลื่อนจุดตัดขาดทุนช่วยลดโอกาสที่กำไรจะหายหมด หากจุดตัดขาดทุนถูกทริกเกอร์ สามารถรอโอกาสถัดไปได้ ถ้าไม่ถูกทริกเกอร์ ให้สถานะที่เหลือติดตามเทรนด์ต่อ

7.4 แยกบัญชีสถานะวันเดียวกับสถานะเทรนด์

โอกาสเทรนด์อาจมีเพียงหนึ่งถึงสองครั้งต่อปี การใช้บัญชีย่อยแยกช่วยหลีกเลี่ยงการปิดสถานะเทรนด์เร็วเกินไปจากการเทรดระหว่างวัน และลดผลกระทบทางจิตใจระหว่างกลยุทธ์ต่างๆ

7.5 เมื่อเทรดไม่ดี ให้จัดการสภาพจิตใจก่อน

หลังขาดทุนต่อเนื่องหรือโดนล็อกพอร์ต ควรหยุดเทรดหนึ่งถึงสองวัน ทบทวนการเข้าออกพอร์ตและจุดตัดขาดทุนอย่างใจเย็น ไม่ควรเทรดเพิ่มด้วยอารมณ์ หากประเมินตัวเองไม่ได้ ให้ใช้การแลกเปลี่ยนในกลุ่มช่วยตรวจสอบตรรกะการเทรด


8. หลักการเทรดสำคัญ

  1. เส้นทางหลักตอนนี้คือรอปรับฐานก่อน แล้วค่อยมองขาขึ้น ไม่ไล่ซื้อในโซนแรงกดดัน
  2. เมื่อสถานะขายถึงแนวรับ ให้ทยอยลดพอร์ต ป้องกันกำไรลอยกลายเป็นขาดทุน
  3. สถานะซื้อเทรนด์ต้องวางแผนราคาพอร์ตและจุดตัดขาดทุนล่วงหน้า
  4. Fibonacci 0.618 และ 0.786 เป็นโซนเข้าทำเท่านั้น ไม่ใช่การันตีชนะเทรด
  5. สินค้าที่ผันผวนสูงใช้พอร์ตเล็กและตั้งจุดตัดขาดทุนแบบเคลื่อนที่
  6. แยกบัญชีสำหรับเทรดระหว่างวันและเทรนด์ เพื่อลดการรบกวนกัน
  7. ยังไม่ถึงจุดที่วางแผน ให้รอต่อไป ไม่ต้องกลัวพลาดทำลายระบบเทรด

9. แหล่งข้อมูลถ่ายทอดสดและวิธีเข้าร่วม

ผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมกลุ่ม Lark อย่างเป็นทางการของ KTX สามารถสแกน QR Code ด้านบนขวาหรือด้านล่างของถ่ายทอดสดเพื่อเข้ากลุ่ม กลุ่มจะมีการแชร์มุมมองตลาดรายวัน, แจ้งเตือนถ่ายทอดสด, ทบทวนกลยุทธ์ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

เข้าชม KTX Crypto เพื่อรับข้อมูลตลาดสด บริการเทรดสปอตและสัญญา

image.png


บทความนี้สรุปจากการถ่ายทอดสดตลาด Web3 อย่างเป็นทางการของ KTX Baize Business School จุดราคา การประเมินตลาด และตัวอย่างพอร์ตทั้งหมดในบทความเป็นการทบทวนเนื้อหาถ่ายทอดสด เพื่อการเรียนรู้และวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน การรับประกันผลกำไร หรือคำสั่งเทรด สินทรัพย์คริปโต หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และสัญญามาร์จิ้นมีความผันผวนสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด โปรดตัดสินใจอย่างระมัดระวังตามความสามารถรับความเสี่ยงของตนเอง

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่

0 จาก 0 เห็นว่ามีประโยชน์

มีคำถามเพิ่มเติมหรือไม่ ส่งคำร้องขอ